แบบบ้านแบบบ้านชั้นเดียว

ไอเดีย บ้านชั้นเดียว แบบเรียบง่ายจากชายวัย 73 ปีผู้โด่งดัง

หลังจากที่เห็นแบบบ้านครั้งแรก ในใจนั้นก็แอบคิดว่ามันต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเรื่องของการดีไซน์ออกแบบโครงสร้างของตัวบ้าน หรือแม้แต่สถานที่ตั้งที่ตั้งอยู่กลางทุ่ง ในจังหวัดอ่างทอง มันก็ไม่มีตรงไหนที่สามารถพูดออกมาได้เลยว่าธรรมดา แถมการสร้างบ้านหลังนี้ยังมาจากชายวัย 73 ปี ที่ได้ลงทุนด้วยเงินของตัวเอง ทำให้กลายเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างมากของชุมชน

หลายคนนั้นมักจะถามคำถามกับผมว่า อายุขนาดนี้แล้ว ทำไมผมถึงยังอยากสร้างบ้านหลังนี้อยู่ ซึ่งผมก็สามารถให้คำตอบได้ทันทีว่า อายุขนาดผมเนี้ยแหละที่ควรมีบ้าน เพราะตอนนี้ยังยังเดินไปไหนมาไหนสะดวกอยู่ ที่สำคัญไปกว่านั้น ผมไม่อยากเป็นภาระให้กับลูกในอนาคต ผมเลยตั้งใจที่จะสร้างบ้านหลังนี้ เพื่อช่วยเหลือตัวเองในยามที่แก่ลงกว่าเดิม จนทำอะไรได้น้อยลง แทนที่เราจะเลือกอยู่ในห้องแคบอผมก็ขออยู่ในบ้านหลังใหญ่ดีกว่า เพราะในอานาคตมันก็ต้องเป็นของลูกผมอยู่ดี คุณชำนาญ ชัชวาลยางกูร ชายวัย 73 ปี ออกมาเล่าถึงรายละเอียดบ้านหลังนี้ให้เราได้ฟัง ว่า แนวคิดในการสร้างบ้านหลังนี้ สิ่งแรกที่คำนวณไว้เลยนั้นก็คือ ต้องมีอากาศถ่ายเทในบ้าน บ้านนั้นต้องโปร่งโล่ง เน้นไปที่พื้นเรียบ ไม่เอาพื้นต่างระดับเด็ดขาด เพราะคำนึงถึงอรถวีลแชร์ที่สามารถเข้าถึงทุกห้องได้ โดยเฉพาะห้องคาราโอเกะที่สร้างไว้สังสรรกับเพื่อนๆในชมรม กว่าผมจะหาสถาปนิคมาสร้างบ้านหลังนี้ได้ ผมนั้นต้องรอนานถึง 2 ปีเลยละครับ ส่วนแนวคิดในการสร้างบ้านหลังนี้นั้นได้มาจาก ผลงานสร้างหอบูรพาจารย์ในวัดนางในธัมมิการามของอ่างทอง  ผมชอบแนวคิดนี้มากเลยละครับ ก็เลยไปไล่หาคนออกแบบที่นี่ แต่พอเจอตัวแล้วก็ต้องรอจนกว่าคิดเค้าจะว่าง ในความคิดของผมตอนแรก ผมแค่อยากได้บ้านหลังเล็กๆในงบประมาณแค่ 3 ล้าเท่านั้น แต่สถาปนิกเค้าบอกว่าไม่สวย แล้วก็พูดกับผมว่าจะสร้างทั้งทีก็เอาให้สวยไปเลย จากนั้นเค้าก็ลือแบบผมแล้วออกแบบใหม่ทั้งหมดคุณจิม-ธีรชัย ลี้สุรพลานนท์ สถาปนิคบ้าน ออกมาเล่าต่อว่า ผมได้ยินเรื่องบ้านหลังเก่าของคุณลุง ว่าแกนั้นอยู่ในบ้านที่มีพื้นที่จำกัด อย่างตึกแถวมาตลอด จึงทำให้รู้สึกปลอดภัย แต่การสร้างบ้านครั้งนี้เป็นแบบเปิดโล่งมาก ผมเลยคำนึกเรื่องความปลอดภัยขอตัวบ้านด้วยเช่นกัน เลยสร้างผนังบางด้านให้ทึบ ด้านหน้าที่เป็นทั้งกำแพงและเหล็กดัดไปในตัว แต่ก็มีความโปร่งให้แสงและลมผ่านได้ แล้วผมก็สรุปความคิดในการออกแบบบ้านนี้ไว้อยู่ 3 คำคือ Balance Blend Believe ผสมระหว่างสมดุลของชีวิต เหตุกับผล และความเชื่อ ในส่วนของที่ตั้งบ้านหลังนี้นั้น เดิมที่เป็นสวนมะม่วงที่โดนน้ำท่วมตายไปเมื่อปี 2554 บรรยากาศรอบ ๆ เป็นทุ่งนาโล่งๆ สไตล์ชนบท จึงมีการเล็งตำแหน่งตัวบ้านไว้ ว่าต้องมีช่องเปิดออกไปรับอากาศดีๆ ทางด้นหน้าบ้านนั้นหันเข้าหาถนน ก่อนที่จะเริ่มออกแบบตัวบ้านให้ออกมาแบบเรียบง่ายมากที่สุดสถาปนิคของบ้านกล่าว ผมได้ออกแบบบ้านให้เป็นแบบสไตล์โมเดิร์นที่ผสมผสานเข้ากับสไตล์ดิบๆ แบบปูนเปื่อย ตอนแรกนั้นก็ลุ้นอยู่แหละครับว่าลุงนั้นจะโอเค กับผลงานชิ้นนี้ไหม แต่ปรากฏว่าคุณลุงนั้น ตกลงครับ ตอนแรกกผมไม่คิดเลยว่าลุงจะมีหัวที่สมัยใหม่ แถมคณลุงยังชอบทุกอย่างที่ได้ออกแบบมาด้วยบ้านที่ผมได้ออกแบบจะถูกเน้นไปในเรื่องของความสบาย สามารถดูแลรักษาได้ง่ายครับ ส่วนเรื่องของดีไซน์นั้น ผมแอบออกแบบให้มันขัดแย้งกับตัวเองเล็กน้อย อย่าเช่น ผมเลือกเปิดพนังด้านในให้โปร่งโล่งมาก แต่ด้านนอกนั้ดันปิดจนแถบสนิท ผมสร้างช่องลมไว้กับกำแพงอิฐ ผมพยายามยกอาคารให้ดูเหมือนเบาแต่ก็ยื่นอาคารที่ทำให้ดูเหมือนหนัก แต่สิ่งที่ผมชอบมากที่สุดของบ้านหลังนี้ก็คงไม่พ้นเรื่องของ ช่องแสงธรรมชาติที่ถูกวางไว้ในมุมที่เหมาะสม ทำให้เจ้าของบ้านหรือคนมาเยี่ยมประทับใจเรื่องการใช้งานอย่างมาคุณลุงชำนาณ เจ้าของบ้านก็ได้ตอบมาว่า ผมนั้นชอบบ้านหลังนี้มากเลยละครับ เปรียบเทียบจากตึกแถวที่ผมเคยอยู กับบ้านหลังนี้เทียบกันไม่ได้เลยจริงๆ ถ้าตอบว่าไม่ถูกใจก็ถือว่าเรื่องเยอะไปแล้วนะ (หัวเราะ)  แถมใครที่ผ่านมาก็มักจะขอแวะเข้ามาดูภายในบ้าน สวนนิตยาสารบ้านหรือแม้แต่นิตยสารสวนก็ติกต่อมาเช่นกัน เรื่องขอถ่ายรูปบ้านนะครับ ผมรู้สึกภูมิใจมากๆเลยนะ เพราะสวนตัวนั้นไม่คิดว่าบ้านหลังนี้จะเป็นที่น่าสนใจได้มากขนาดนี้ ตัวผมเองนั้นก็ไม่รู้หรอก ว่าจะสามารถอยู่ได้นานอีกกี่ปี แต่หลังจากนี้ทุกวันผมก็จะอยู่อย่างมีคุณภาพ ที่เค้าเรียกว่ายิ่งแก่ก้องยิ่งเผ็ดนะ เป็นคำตอบทิ้งท้าย ที่สามารถยืนยันคุณภาพชีวิตหลังจากมีอายุขึ้นเลข 7 ได้เป็นอย่างดีมาก้ลยละครับ

เจ้าของ : คุณชำนาญ ชัชวาลยางกูร
สถาปนิก : คุณธีรชัย ลี้สุรพลานนท์
เรื่อง : “ภัทรสิริ โชติพงศ์สันติ์”
ภาพ : ศุภกร ศรีสกุล
ผู้ช่วยช่างภาพ : นิธิกร เฮงประเสริฐ
สไตล์ : สมบุญ กริ่งไกร

ป้ายกำกับ
ดูเพิ่มเติม
Back to top button
Close